top of page

จากเวที “อสม.ดีเด่น” สู่โอกาสสร้างระบบคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพระดับจังหวัด

หน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค

11 ก.ย. 2569

จากเวที “อสม.ดีเด่น” สู่โอกาสสร้างระบบคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพระดับจังหวัด ชวน สสจ.–อบจ.–ชมรม อสม.–สภาองค์กรของผู้บริโภค ผนึกกำลังพัฒนาศักยภาพ อสม. สู่เครือข่ายเฝ้าระวัง เตือนภัย และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในทุกพื้นที่


วันที่ 11 กันยายน 2569 นายสุนทร สุริโย หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เดินทางไปร่วมให้กำลังใจ นางศยามน ชนกโชค ในการเข้ารับการคัดเลือก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ดีเด่น สาขาคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

นอกจากบทบาทการเป็น อสม. แล้ว นางศยามนยังดำรงตำแหน่ง ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภคตำบลท่ามะขาม ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค และมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองสิทธิของประชาชนในระดับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

นายสุนทรกล่าวว่า การประกวด อสม.ดีเด่น สาขาคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ไม่ได้มีความหมายเพียงการคัดเลือกบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็น “กลไกกระตุ้น” ที่สำคัญในการทำให้ อสม. ทั่วจังหวัดเห็นความสำคัญของงานคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจาก อสม. เป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน สามารถเข้าถึงครัวเรือน ชุมชน และรับรู้ปัญหาสุขภาพหรือปัญหาการบริโภคได้อย่างรวดเร็ว


ภายในงานยังมีโอกาสได้พบและแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารและเครือข่ายด้านสาธารณสุขหลายภาคส่วน อาทิ นายรังสิมันต์ ทองสวัสดิ์ รองผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นายศิวโรจน์ จิตนิยม ประธาน อสม.จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงสาธารณสุขอำเภอ และหัวหน้ากลุ่มงานต่าง ๆ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี

บรรยากาศและการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ทำให้เห็น “โอกาส” ที่จะยกระดับงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพของจังหวัดกาญจนบุรีให้เกิดเป็นระบบและเชื่อมโยงกันมากขึ้น

จากคนทำงานรายบุคคล สู่ “ระบบเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค”

ที่ผ่านมา อสม. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบสุขภาพชุมชน ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การดูแลประชาชน และการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพ แต่ในโลกปัจจุบัน ประชาชนยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน อาหาร ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตลอดจนการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อโดยขาดข้อมูลที่เพียงพอ

หาก อสม. ได้รับการเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ อสม. จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ดูแลสุขภาพ” เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น หูเป็นตาให้กับประชาชน เป็นผู้เฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ให้คำแนะนำ และเชื่อมต่อประชาชนเข้าสู่ระบบร้องเรียนและการคุ้มครองสิทธิได้ตั้งแต่ระดับชุมชน


จากแนวคิดดังกล่าว หน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีศักยภาพที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสำคัญ ได้แก่

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค

เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

เสนอจัดทำ MOU ขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

หนึ่งในแนวทางที่สามารถต่อยอดได้ คือ การจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU การขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จังหวัดกาญจนบุรี โดยกำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน และร่วมกันพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้มีความรู้และทักษะอย่างน้อย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

-ความรู้เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

-ทักษะการเฝ้าระวังสินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการโฆษณาที่อาจมีความเสี่ยง

-ทักษะการสื่อสาร เตือนภัย และสร้างความรอบรู้ให้แก่ประชาชนในชุมชน

-ทักษะการรับเรื่องร้องเรียน การเก็บข้อมูลเบื้องต้น และการส่งต่อเรื่องเข้าสู่หน่วยงานที่มีอำนาจแก้ไขปัญหา

ในระยะต่อไปอาจร่วมกันพัฒนา หลักสูตร “อสม.คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ” สำหรับใช้เป็นหลักสูตรกลางของจังหวัดกาญจนบุรี และสนับสนุนให้นำความรู้ไปออกแบบโครงการปฏิบัติการจริงในแต่ละตำบล


เชื่อมกองทุนระดับจังหวัด สู่กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือ การเชื่อมโยงแหล่งงบประมาณด้านสุขภาพที่มีอยู่แล้ว ให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการทำงานของเครือข่ายในพื้นที่

ในระดับจังหวัด อาจศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้กลไกหรืองบประมาณด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ อสม. และพัฒนาเครื่องมือสำหรับการเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภค

ขณะที่ในระดับตำบล สามารถร่วมกันออกแบบ “โครงการต้นแบบ” เพื่อให้ อสม. นำไปเสนอขอรับการสนับสนุนจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อนำไปดำเนินงานจริงในชุมชน

ตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ เช่น การสำรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำหน่ายในชุมชน การเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ เยาวชน และประชาชน การสร้างทีมเตือนภัยระดับตำบล ตลอดจนการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากสามารถพัฒนารูปแบบดังกล่าวได้ จะทำให้การอบรม อสม. ไม่จบลงเพียงในห้องประชุม แต่เกิดเป็น “การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง” และมีข้อมูลผลงานจากพื้นที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์

ผู้บริโภคได้ประโยชน์ อสม.มีผลงาน จังหวัดมีระบบ

ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของแนวทางนี้ คือ ประชาชนจะมีความรู้และความตระหนักในการ “เลือกซื้อ เลือกใช้ และรู้เท่าทันการโฆษณา” มากขึ้น รวมทั้งรู้ว่าจะร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดเมื่อสิทธิถูกละเมิด

ขณะเดียวกัน อสม. จะมีพื้นที่ในการพัฒนางาน มีผลงานจากการปฏิบัติจริง และสามารถนำผลงานเหล่านั้นมาต่อยอดในการประกวด อสม.ดีเด่นในระดับต่าง ๆ ได้มากขึ้น

“หากเราสามารถทำให้งานคุ้มครองผู้บริโภคกลายเป็นงานประจำของเครือข่าย อสม. และทำให้ทุกตำบลมีคนที่สามารถเฝ้าระวัง เตือนภัย และเชื่อมต่อการร้องเรียนได้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน และในอีกด้านหนึ่ง อสม.เองก็จะมีพื้นที่สร้างผลงานจากการทำงานจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การมีผู้เข้าร่วมประกวดมากขึ้น และสามารถพัฒนาผลงานไปสู่ระดับเขตหรือระดับประเทศได้ในอนาคต” นายสุนทรกล่าว

การเดินทางมาให้กำลังใจผู้เข้ารับการคัดเลือก อสม.ดีเด่นในวันนี้ จึงอาจไม่ได้จบเพียงการให้กำลังใจคนทำงานหนึ่งคน แต่กำลังเปิดให้เห็นความเป็นไปได้ของ “ระบบความร่วมมือคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพระดับจังหวัด” ที่เชื่อมตั้งแต่หน่วยงานระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. องค์กรผู้บริโภค ไปจนถึงประชาชนในทุกชุมชน

หากทุกภาคส่วนมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน กาญจนบุรีอาจสามารถพัฒนาโมเดลที่ทำให้ “อสม.” กลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นได้ในอนาคต

ที่ตั้งหน่วยงาน

68/1 หมู่ 5 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000

เบอร์โทร : 080-437-3337

ท้ายเว็บ.png
bottom of page