top of page

ผ่านมา 1 เดือนยังต้องควักเงินเอง! รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรีเรียกเคลียร์สิทธิเด็กเหตุรถชนรถรับส่งนักเรียน

ศูนย์ข่าวผู้บริโภคกาญจนบุรี

7 ต.ค. 2569

กาญจนบุรีเดินหน้าแก้ปัญหาเยียวยานักเรียนและผู้ปกครอง หลังเหตุรถบรรทุกยางล้อเฉี่ยวชนรถรับส่งนักเรียนบนถนนห้วยกระเจา–บ่อพลอย มีผู้บาดเจ็บเกือบ 20 ราย ผ่านมากว่า 1 เดือนยังพบปัญหาสำรองค่ารักษาและการเบิกค่าสินไหม รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรีเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมเคลียร์ปัญหา พร้อมกำหนดแนวทางเยียวยาทั้งค่ารักษา ค่าสินไหม ทรัพย์สินเสียหาย และค่าขาดรายได้ ขณะที่สภาผู้บริโภคกาญจนบุรีทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลโรงเรียน–ผู้ปกครอง ผลักดันปัญหาจนเข้าสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ผ่านมา 1 เดือนยังต้องควักเงินเอง! รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรีเรียกเคลียร์สิทธิเด็กเหตุรถชนรถรับส่งนักเรียน

กาญจนบุรีเดินหน้าแก้ปัญหาเยียวยานักเรียนและผู้ปกครอง หลังเหตุรถบรรทุกยางล้อเฉี่ยวชนรถรับส่งนักเรียนบนถนนห้วยกระเจา–บ่อพลอย มีผู้บาดเจ็บเกือบ 20 ราย ผ่านมากว่า 1 เดือนยังพบปัญหาสำรองค่ารักษาและการเบิกค่าสินไหม รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรีเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมเคลียร์ปัญหา พร้อมกำหนดแนวทางเยียวยาทั้งค่ารักษา ค่าสินไหม ทรัพย์สินเสียหาย และค่าขาดรายได้ ขณะที่สภาผู้บริโภคกาญจนบุรีทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลโรงเรียน–ผู้ปกครอง ผลักดันปัญหาจนเข้าสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 หน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เข้าร่วมการประชุมติดตามการเยียวยาผู้ประสบเหตุ กรณีรถยนต์บรรทุกยางล้อเฉี่ยวชนกับรถรับส่งนักเรียนบนถนนห้วยกระเจา–บ่อพลอย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง และนักเรียนผู้ประสบเหตุเข้าร่วมสะท้อนปัญหาโดยตรง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ได้รับข้อมูลจากการประชุมคณะอนุกรรมการความปลอดภัยในเด็กและเยาวชนบนท้องถนนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 20 ราย และแม้เวลาจะผ่านมากว่า 1 เดือน แต่ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าสินไหม รวมถึงผู้ประสบเหตุบางรายต้องสำรองค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง จึงประสาน สำนักงาน คปภ. จังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา โดยมอบหมายให้หน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นกลไกประสานข้อมูลระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเข้าสู่การประชุม ได้มีการพูดคุยและตรวจสอบปัญหาเป็นรายกรณี โดยมี นายพัฒนพงศ์ เนาวพรพรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมดำเนินการ เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับการเยียวยาตามสิทธิอย่างครบถ้วน

ที่ประชุมได้สอบถามผู้ปกครองและนักเรียนโดยตรงถึงปัญหาในการรักษาพยาบาล การเรียกร้องค่าสินไหม และความเสียหายที่เกิดขึ้น ก่อนกำหนดแนวทางแก้ไขในประเด็นสำคัญ ดังนี้


1. ค่ารักษาพยาบาล

พบผู้ประสบเหตุบางรายต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเอง ทั้งในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน โดยตรวจสอบแล้วยังอยู่ภายในวงเงินความคุ้มครองของประกันภัยภาคบังคับ ที่ประชุมจึงกำหนดให้กรณีที่สำรองจ่ายไปแล้วสามารถนำหลักฐานไปขอเบิกกับบริษัทประกันภัย ส่วนผู้ที่ยังต้องรักษาต่อเนื่อง ให้บริษัทประกันภัยประสานรับรองสิทธิกับสถานพยาบาล เพื่อลดภาระการสำรองจ่ายของครอบครัว ขณะที่สำนักงาน คปภ. จะร่วมประสานกรณีการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐให้สามารถดำเนินการเบิกกับบริษัทประกันภัยได้


2. การจ่ายค่าสินไหมและเงินช่วยเหลือ

ที่ประชุมรับทราบแนวทางการช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดของผู้ขับขี่ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมเบื้องต้นรายละ 5,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บระดับปานกลางและบาดเจ็บสาหัสจะพิจารณาเพิ่มตามระดับความเสียหาย

สำหรับค่าสินไหมจากประกันภัยภาคบังคับ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์และเอกสารทางการแพทย์ของผู้ประสบเหตุ โดยที่ประชุมได้หารือรายละเอียดของแต่ละกรณีเพื่อให้การเยียวยาสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง


3. ทรัพย์สินของนักเรียนที่เสียหายต้องได้รับการชดใช้

ผู้ปกครองสะท้อนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะต่อร่างกาย แต่ยังมีทรัพย์สินของนักเรียนได้รับความเสียหาย ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ปากกาอิเล็กทรอนิกส์ ชุดนักเรียน ชุดพละ และกระเป๋านักเรียน

ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ ชุดนักเรียนและชุดพละได้รับการชดใช้จากบริษัทประกันภัย ส่วนโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และปากกาอิเล็กทรอนิกส์ ให้ประเมินมูลค่าความเสียหายจากทรัพย์สินจริง หากมีการนำไปซ่อมแล้ว สามารถใช้ใบเสร็จค่าซ่อมเป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องได้


4. ค่าขาดรายได้และค่าใช้จ่ายจำเป็นในการรักษา

กรณีที่ครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นจากเหตุการณ์ เช่น การขาดรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างการรักษา ให้รวบรวมข้อมูลและหลักฐาน เพื่อพิจารณาความเสียหายในภาพรวมเป็นรายกรณีต่อไป

ด้าน นายอธิพล มะหันตาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี และรักษาราชการในตำแหน่งยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการช่วยเหลือด้านกระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่า หากผู้ประสบเหตุมีความเสียหายที่ไม่สามารถขอรับค่าสินไหมทดแทน หรือไม่สามารถเบิกจากสิทธิอื่นได้ สามารถติดต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิและพิจารณาความช่วยเหลือตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ช่วงท้ายการประชุม นายสุนทร สุริโย หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมด้วย นายอัครพนธ์ ภิรมย์เวศณ์สกุล ทนายความประจำหน่วยงานประจำจังหวัดกาญจนบุรี และ นางสาวณัศญ์สยา วิษณุกรโยธิน ประธานเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า หน่วยงานฯ มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม รวมถึงติดตามและพัฒนาความปลอดภัยของระบบรถรับส่งนักเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานฯ ได้ประสานกับ โรงเรียนบ่อพลอยรัชดาภิเษก เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้ประสบเหตุ ก่อนติดต่อผู้ปกครองและนักเรียนเพื่อสำรวจปัญหาการเข้าถึงสิทธิและการเยียวยา จากนั้นจึงนำข้อมูลเสนอต่อคณะอนุกรรมการความปลอดภัยในเด็กและเยาวชนบนท้องถนน จนนำมาสู่การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการประชุมแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

นายสุนทรกล่าวในฐานะตัวแทนผู้บริโภคว่า ขอขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงาน คปภ. จังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี และทุกหน่วยงานที่ร่วมกันรับฟังเสียงของผู้ได้รับความเสียหาย และนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

“อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที แต่ผลกระทบต่อเด็กและครอบครัวอาจยาวนานกว่านั้น การเยียวยาจึงไม่ควรจบเพียงค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องทำให้ผู้ประสบเหตุเข้าถึงสิทธิที่ควรได้รับอย่างครบถ้วน เป็นธรรม และไม่ถูกทิ้งให้เดินเรื่องเพียงลำพัง”


ที่ตั้งหน่วยงาน

68/1 หมู่ 5 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000

เบอร์โทร : 080-437-3337

ท้ายเว็บ.png
bottom of page